เก็บตกความทรงจำ มาต่อกันหน่อยซิ... กับภาพรังสิตเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
Posted on 2007-Feb-8 at 9:01 PM
ถูกกระตุกต่อม pioneer อย่างแรงตอนที่มีน้องๆ รุ่นปัจจุบันเขียนถามในบล๊อก กอไก่รวมรุ่น
http://www.pantown.com/board.php?id=20816&area=3&name=board1&topic=109&action=view
ว่า...สมัยที่พวกพี่ๆ ได้บุกเบิกรังสิต ไปไถนา ดักตีหัว ปล้นรถไฟ อิอิอิ อยากรู้ว่าพวกพี่มีการตั้งโต๊ะกลุ่มที่ใต้ตึก อาคารไว้เป็นที่นั่งมั่วสุมหรือยังครับ แล้วจริงไหมครับที่ว่า พวกพี่ๆ รุ่นถัดๆ มาลงหุ้นกันกับคณะฯ ทำการลงทุนโต๊ะ กลุ่มจริงเหรอเปล่า อ้อ แล้วสมัยพี่ๆ มีกิจกรรมแอบเชื่อมสัมพันธ์รัก เอ๊ย สัมพันธไมตรีกับคณะฯ อื่นๆ เช่น วารสาร อย่าง แรลลี่ บัญชี วารสารเหรอยังครับ อยากรู้ อยากรู้
เลยเพิ่งสำเนียกว่า รุ่นเราเป็นรุ่นที่กุมตำนานธรรมศาสตร์หน้าใหญ่เอาไว้ในมือ..นี่หน่า
แต่ไม่รู้กุมอีท่าไหน หลงลืม กันไป หลายเรื่อง เจอหน้าแมว เจอหน้านิด ถามไถ่กัน ...จำกันไม่ได้
แกล้งว่าจะลืมๆ ไป ช่างมัน !!!
ก็มาถูกไก่สุรชัย กระฉากกลับมาอีกที ด้วยการส่งภาพล๊อตนี้มาให้
เปิดดูถึงกับอึ้งเลย คิดว่านั่งเฉยไม่ได้แล้ว เลยออกมาร้องแร่แห่กระเชอ ขอให้เพื่อนช่วยเขียนเรื่องทีจำได้
แม้เพียงเรื่องเล็กน้อย... แต่เราว่ามันหาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้วนะ
ก็เรามัน ธรรมาสตร์รังสิตรุ่นหนึ่ง นี่หน่า...
ช่วยกันหน่อย ใครเคยอ่านอย่างเดียว วันนี้ขอให้ช่วยเขียนที
ความทรงจำของเราจะได้จิ๊กซอกันเป็นภาพใหญ่ภาพเดียวกัน
นะ นะ นะ

นี่คือภาพที่ทำเอาเราตาค้างเลย เราว่าแม้แต่ที่มหาวิทยาลัยก็ไม่มีภาพนี้ ไก่นายยอดมาก!!!
(เรายังตัดต่อไม่ค่อยเนียนนะไก่โทษที เดี๋ยวจะเอาไปให้มือโปรทำ แล้วจะอัดขยาก็บไว้ด้วย)

เราไม่เคยมีโอกาสเห็นภาพโดมยามค่ำแบบนี้หรอก เนื่องจากเป็นเด็กรถไฟ ไม่ได้เป็นเด็กหอ...รังสิตตอนกลางคืน มันเป็นยังไงนะ?

ซ้ำยังไม่เคยได้โรแมนติคมาเดินริมสระน้ำหน้าโดมแบบนี้ด้วย... บางทีก็อยากย้อนเวลากลับไป ใช้เวลากับรังสิตมากกว่านี้เนอะ
ก็ในเมื่อมันย้อนเวลาไม่ได้แล้ว ขอแบ่งปันความทรงจำของกันและกันหน่อย...ได้ไหม?
เพื่อนๆ

Untitled Comment
Posted on 2007-Feb-8 at 9:28 PM by ying
เราจะพยายาม รวบรวมที่เพื่อนๆ เขียนไว้ ต่างๆ ที่มาไว้ในนี้นะ
ตำนานโต๊ะ #1
Posted on 2007-Feb-8 at 9:29 PM by YING
เปิดเรียนวันแรก แรก
เวลาเบรก เราก็ต้องนั่งกับพื้นไปก่อน
เพราะทุกอย่างยังราบเรียบไร้เฟอร์นิเจอร์
แต่น้องๆ โชคดี ที่มีพี่ถึกมากมาก
ได้เข้าสู้รบปรบมือ แย่งยุทธภูมิที่ดีที่สุด คือใกล้ห้องเรียนรวม ใต้ตึก บร 1 มาได้... ไปกินข้าวก็ใกล้ ลงสองแถวมาก็ใกล้ กลับหอก็ใกล้ เตะบอลก็ใกล้.....
แต่กว่าจะได้ที่ตรงนี้มา ตรงให้พี่ชาวหอมาเล่าให้ฟัง
เพราะพี่ลงรถไฟมาในเช้าวันแรก ก็เห็นว่ามีสายสิญย์เชือกฟางล้อมพื้นที่ แล้วเขียนว่า "บัญชี กอไก่" รออยู่แล้ว
พี่รับหน้าที่ต่ออย่างเดียวคือต้องนั่งเฝ้าพื้นที่เอาไว้ ไม่ให้ใครมารุกราน
ความรู้สึกเหมือนหนัง far and away ที่ ทอมครู๊ซ และ นิโคล คิดแมน เล่น ... ตอนจับจองที่ดิน..นั่นแหล่ะ
โห ...ตัวอย่างหนัง ...ยังเก่าเลยอ่ะ...
ทางเชื่อมตึก บร
Posted on 2007-Feb-8 at 9:30 PM by ying
ทางเชื่อมจากตึกนึง สู่อีกตึกนึง
ก็ยังเป็นลานดินกว้างๆ
กลับไปรังสิตหลายปีก่อน จำไม่ได้แล้ว
เพราะมีตึกอะไรขึ้นเต็มไปหมด
จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า บร 1 อยู่ที่ไหน
?????????????????????????
สยามสเต๊ก
Posted on 2007-Feb-8 at 9:32 PM by ying
สถานที่ กิ๊ฟเก่ สุดๆ ในรังสิต
คือซุ้มอาหารที่มี "สยามสเต็ก" ตั้งอยู่
เมนูยอดฮิต STAR CHICKEN, แฮมเบอร์เกอร์ไข่ดาว สับปะรด
กรุงเทพ-เชียงรากน้อย
Posted on 2007-Feb-8 at 9:34 PM by ying
สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่หอ!!!
ความทรงจำที่สวยงามที่สุด และโรแมนติกสุดๆ ก็คือ
การนั่งรถไฟไปเรียน!!!!
มีรถไฟที่จะทันไปเรียน sec แรกสบายๆ... แค่ขบวนเดียว
และมีอีกขบวนที่จะถึงแบบฉิวเฉียด... ต้องวิ่งเข้าห้องเรียน
วันไหนมาเช้า เราแช่มชื่น สามารถมาเก๊กท่าถ่ายรูปแบบนี้แหล่ะ
แต่วันที่วิ่งไล่ตามรถไฟ แบบว่ารถไฟออกแล้ว นายท่าเป่านกหวีดเสียงลั่น เราก็พยายามจะวิ่งขึ้นเกาะบันไดรถไฟให้ได้... รูปนั้นถ่ายไม่ได้ ไม่งั้นป่านนี้คงไม่ได้มานั่งพิมพ์ดีดแบบนี้แล้ว !!!
ตำนานโต๊ะ #2
Posted on 2007-Feb-8 at 9:35 PM by AEW
Remembered that K.Kai female members who stayed in dorm has came at night to mark the territory with สายสิญย์เชือกฟาง, only affordable equipment at that time......if I am not wrong, it was female "Ped", Rat-Lek, Maew a-pao? whom are entitled to "a big thank you" from us. I can`t even recall that I was part of it, but I remembered myself coming down at late night to ensure the territory was marked. Otherwise, those crazy K.Kai male members would kill us. We all agreed on the day beofre that we like this spot, great view of the football field......
Feel like a century ago..........
จักรยานหารัก
Posted on 2007-Feb-8 at 9:36 PM by AEW
And เรื่องจักรยานหารัก is a true story na ja. At that time, there are a lot of BMX (small bikes) for rent. The romantic part of living in Rangsit was riding on a bike with noom-noom. Fortunately, I could not ride a bike so I was entitled to sit on the back seat with the lucky (??) handsome man of my choice. Although, the girls who could ride also refused to ride by themselves, but opted for sitting on the back seats ja.... Keep in mind that BMX is such a small bike.......umhhh.....romantic jang leay....riding in the sun-set......to the canteen for such a delicious dinner "koa-pad-moo".......
Sweet memory ner!
ตำนานโต๊ะ #3
Posted on 2007-Feb-8 at 9:37 PM by AEW
โต๊ะไม้น้ำตาล (2nd table) was stolen from Dome Bldg. jing jing ka. At that time, TU provided a few common tables situated only at Dome Building ka. We realized that one table donated from TU 28 (โต๊ะไม้สีฟ้า) was not enough and we needed another ones. No money ka so we had to steal from Dome Bldg. This scene happened at night by K.Kai members who stayed in Dorm (we worked as a team ka). Imagine 4-5 K.Kai male members and a few females (who was strong enough such as myself) carrying the table and synchronized running from Dome Bldg. to Bor.Ror. Bldg, quite a long distance leay na! By the way, I remembered we have checked the day before that that table has not occupied already by someone else....
There was not many free-resources provided at TU Rangsit at that time so we had to rely on ourselves ka. This stealing method is anyway not officially recommended na ja, dek-dek.
หอ หึ หึ #1
Posted on 2007-Feb-8 at 9:39 PM by HandsomeNID
มีอยู่เรื่องที่จำได้สมัยเรียน ตอนเทอมแรกช่วงเย็นๆ จะมีอาจารย์มาถือโทรโข่ง ประกาศว่า
นศ. ชายที่พอมีเวลา ช่วยขอแรงมาขนดินไปถมสนามด้วยคะ
แล้วพวกเราก็จะถ่อสังขารกันออกไปรับปุ๊งกี่คนละอันไปรับดินแล้วก็เดินท่อมๆไปถมที่หอหญิงตรงข้ามโรงอาหาร นึกถึงแล้วก็นึกนิยมในกุสโลบายที่ทำให้ นศ. เข้าใจในชีวิตกรรมาชีพ อ้อ ไม่รู้สมัยนี้หอหญิงยังมีกระดาษปิดกระจกหน้าต่างด้านหน้าอยู่หรือป่าว จำได้ว่ามีอยู่วันนึงเดินไปกินข้าวเย็นตอนค่ำๆ เลยแกล้งคุยกะเพื่อนว่าเฮ้ มึงดูที่หอเดะ กูว่าดูดีๆอาจมีรางวัล พอจ้องไปยังหน้าต่างหอก็เห็นอนงค์นางนึงกำลังเปลื้องเสี้อ นศ. เหลือแต่ยกทรง เพราะกระจกหอมันเป็นสีชา พอเปิดไฟตอนกลางคืนที่เคยทึบก็สว่าง เลยเห็นข้างในหอหมด แต่รายที่เห็นรู้สึกจะอวบมาก เห็นแล้วไม่ค่อยรื่นรมย์ปนอุจาด เช้ามาเลยรืบไปบอกเพื่อนว่าให้หาอะไรมาปิดเหอะ มันโป๊ อย่างว่า เด็กรังสิตรุ่น 1 สมัยนั้นเป็นผู้มีศีลธรรม บวกกับสาวๆสมัยนั้นก็ไม่ได้น่าดูเหมือนเดะๆสมัยนี้ เลยแจ้งให้จัดการเสีย
สมัยก่อนที่รังสิตจะมี ศิลปิน นิยมถือกีต้าท่อมๆนังรถเข้ามาคนเดียว แล้วตั้งวงง่ายๆเล่นให้ นศ. ฟังตอนเย็นๆ ที่จำได้รู้สึกจะเป็น จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง แล้วก็เฮียปานศักดิ์ (ที่แต่งเพลง ไปทะเลกันดีกว่า ปล่อยใจให้กระสันต์เอ้ยสุขสันต์) พวกนศ. ก็จะล้อมวงนั่งฟัง ง่ายๆแต่ได้ความรู้สึก ที่เมาไม่เคยไปฟังหรอก จำเค้ามาเล่า ที่ได้ร่วมก็มีครั้งเดียวที่วงของนาวิกโยธินอเมริกา มาเล่นคอนเสิร์ตที่โรงอาหาร เป็นพี่มืดเกือบทั้งวงแบนด์ เกือบ 10 ชีวิต มีเครื่องเป่าพวก ทรอมโบนกะแซค จำได้ตอนเฮียเป่าแล้วโยกตัว อย่างอื่นจำไม่ได้ แต่มีรูปถ่ายเก็บไว้
วันหลังจะมาเล่าเรื่งหอนอก หึหึ ให้ฟัง (เป็นหอที่อยู่ข้างหน้ามหาลัยตรงคลองหลวง สมัยก่อนเรียกหอช้าง แต่ปิดไปหลังจากเปิดให้พวกรุ่น 1 รังสิตได้รุ่นเดียว)
Girls like flowers
Posted on 2007-Feb-8 at 9:40 PM by Ban mai roo roy - sister of Ban - ki Moon UN secre
Don't blame on the apperances of the girls in your generation leuy ! Girls like flowers , Men like groun , if it's poor quality ground, how could you expect to get blossome cherry ja...
But women are so smart and we try to avoid contact with contaminated soil so we learn to bloom in green house without soil , I think since we saw men during 29 generation na ...
If you can't get the best, better not to have it... is our philosophy kaaaaa... some of 29 flowers still bloom na ...waiting for quaility soil or handsome and smart butteflies.....
ภาพรังสิตในปัจจุบัน
Posted on 2007-Feb-8 at 9:42 PM by ying
มีน้องๆนปัจจุบัน post รูปให้ดูไว้ที่
http://www.pantown.com/board.php?id=20816&area=3&name=board1&topic=138&action=view
ปิ๊งหนุ่มคนนึงประทับใจมากๆ
Posted on 2007-Feb-9 at 9:13 AM by เบิร์ด
ปิ๊งหนุ่มคนนึงประทับใจมากๆ หน้าตาเหมือนพระเอกเรื่องอะไรไม่รู้ที่ชื่อ"ข้าวฟ่าง" เลือกสังคมสงเคราะห์เป็นอันดับหนึ่งด้วย ชื่อ "เอก" ดูเป็นคนจิตใจดี
ทุ่งรังสิต
Posted on 2007-Feb-9 at 10:15 AM by Kai
ตอนเย็นๆ เรามักจะปั่นจักรยานไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ใน AIT หนุ่มๆ จะติดกีตาร์ไปนั่งร้องเพลงด้วยกัน บางวันก็ปั่นไปกินไอติมที่เชียงราก ระหว่างทางปั่นจักรยานเที่ยวก็มักจะเจองูอยู่บ่อยๆ เพราะสองข้างทางยังเป็นทุ่งอยู่เลย ขากลับก็จะไปนั่งรอรถเมล์คันสุดท้าย รอส่งเพื่อนที่ไม่ได้อยู่หอกลับบ้าน(ไม่สุดท้ายไม่กลับ จนกระเป๋ารถเมล์รู้ใจต้องบอกว่าคันสุดท้ายแล้ว)
จำได้ว่าตอนไปอยู่หอใหม่ๆ มีแต่ตึกกับเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าไม่มี กำลังทำกันอยู่ที่ใต้หอหญิงแล้วทยอยติดตั้งกันไป ได้ยินมาว่าบางห้องเปิดมาเจองูนอนอยู่ในตู้ก็มี บางวันก็มีเรื่องผีๆ มาเล่า เล่นผีถ้วยแก้วกัน ผีจริง ผีปลอมปนกันไป บรื้อออ
จับจองที่ดิน ตอนที่ 0...by Charn
Posted on 2007-Feb-9 at 12:15 PM by Anonymous
ยังจำได้ว่า วันแรกที่พวกพี่ปี 28 พาพวกเราไปรังสิต วันนั้นมีการจองที่นั่งกันว่า ก.ไก่ อย่างเราจะนั่งตรงไหนดีหว่า
..และแล้วก็ได้มีจองตรงที่ท้ายตึก บร. (จริงๆ แล้ว ฮวงจุ้ยค่อนข้างดีนะติดที่โล่งด้านหลังจำนวนมาก แต่ตอนหลัง กลับเป็นที่รวมขยะซะได้ เพราะลมพัดจากตัวตึก หอบเอาพวกถุงพลาสติก มากองไว้ที่ประมาณ ก.ไก่ นั่นเอง) เมื่อได้ที่กันแล้วก็ไปหาข้าวกิน หรือเดินสำรวจสาวๆ อะไรทำนองนั้น..
.. กลับมาอีกครั้ง !โคตร งง! มีแผ่นกระดาษสีขาว มาติดไว้ตามพื้นว่าจองแล้ว ..จำไม่ได้ว่าคณะไหน แต่คุ้นๆ ว่าเป็น เศรษฐ ไม้สัก ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ข้างๆ กันนั่นเอง (ตอนนั้นพื้นเป็นขนาด 60x60 หรือ 80x80 cm มั้ง ...แม่ ง ติดทุกแผ่นเลย) .
... มีเด็กห้าวสมัยนั้น พก cutter ไปในย่ามด้วย เป็นใครไปไม่ได้ หรอก ไอ้ดูด นั่นเอง ตอนนั้นมันห้าวเพราะเป็นพวกจตุมิตรมั้ง มันกรีดกระดาษพวกนั้นออก แล้วติดใหม่ไว้ที่เสาว่า ก.ไก่
...นี่แหละที่มาของโต๊ะ ก.ไก่ ซึ่งน้อยคนจะรู้ ไอ้ดูดคงจำได้ดีที่สุด
.. ส่วนเราจำได้อย่างดี แม้กระทั่ง cutter สีเงินอันนั้น ที่นำมาใช้ในการงัดประตูหอชาย ในเวลาต่อมา
อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง... เพิ่งรู้.. ซึ้งอ่ะ
Posted on 2007-Feb-9 at 1:20 PM by YING
ใช่แล้ว โต๊ะข้างเราเป็นเศรษฐศาสตร์ เพราะเคยมีสมาชิกโต๊ะนั้น เดินตามไอ้จุ๋มของเราอยู่พักใหญ่
แต่ที่ประหลาดใจก็คือ... อ้อ ที่มาเป็นแบบนี้นี่เอง ที่เห็นกระดาษติดป้ายว่า "กอไก่" ตอนเช้า มันมีวีรกรรมมาแบบนี้
มิหน่าหละ ฉันจำได้แต่ว่าพวกแกให้ฉันนั่งจองที่ไว้ (แปลว่านั่งพับเพียบกับพื้น) เป็นการเอาฉันเป็นด่านรับมีด รับไม้ หากเขาจะยึดพื้นที่คืนนี่เอง.... เพิ่งรู้นะเนี้ย ซึ้งใจพวกแกจริงๆ
เล้ยยยย
ไอ้ดูด มีคนพาดพิงถึงแกทุกกรณีเลย ตั้งแต่ยกโต๊ะมาจากท่าพระจันทร์ ขโมยโต๊ะน้ำตาลจากตึกโดม แล้วยังโขมยพื้นที่จากเศรษฐด้วย... มาเล่าแจ้งแถลงไขหน่อยซิ
ชาญงัดหอ "ชาย" ทำไมอ่ะ?
Posted on 2007-Feb-9 at 1:22 PM by Ying
เอ่อ นี่ก็เป็นข้อมูลน่าสนใจ
ทำไมชาญถึงงัด "หอชาย" ไม่ใช่ "หอหญิง"
???????????????????????????????
งัดหอชาย .. ไม่ใช่เกย์นะยะ .. by Charn
Posted on 2007-Feb-9 at 2:57 PM by Anonymous
งัดหอชาย เหรอ..
คือถ้าจำได้จะพบว่าในช่วงเทอม 1 นั้น พวกผู้ชายยังไม่มีใครอยู่หอในเลย ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่กลุ่ม นั่งเล่นดนตรี ขี่จักรยาน ..อะไรทำนองนั้นๆ แหละ
..แต่พอเข้าปลายเทอม 1 เหล่าชายโสดเริ่มเปลี่ยนไป ค่อยๆ หายหัวกันไปใช่มั้ยล่ะ ไม่ใช่เพราะหาสาวต่าง คณะได้หรอกนะ แต่เป็นเพราะมีสมาชิกพวกเราได้หอ จำไม่ได้ว่าใคร (เรื่องมันนานโขอยู่ แต่ลางๆ ว่าเป็นไอ้มิ้ง) .. คิดดูละกันเจ้าของหอเรายังจำไม่ได้เลย จำได้แต่ว่าเป็นหอพวกเรา
.. พอลงรถเมล์สาย 39 (รถเมล์ยอดนิยม) มาได้ปั๊บ ก็เดินขึ้นไปบนหอเลย ..เจอแน่ๆ ไม่มากก็น้อย (ไม่ได้ไปหลบอ่านหนังสือหรอกนะ แต่ส่วนใหญ่เป็น "จับหมู" หรือไม่ก็ "Slave") แต่หากบางครั้งเรียนหมด sec ช่วงกลางวันและจะขึ้นไปนอนเล่น แต่ไม่มีกุญแจ ก็จะต้องอาศัยการงัดนี่แหละ ง่ายมากๆ ไม่รู้ออกแบบประตูมาได้งัย
อ้อ ที่น่าสงสารคือ room mate คนอื่นอีก 2-3 คน (ตอนนั้น 1 ห้องมี 4 เตียง) ดูเหมือนกับไม่ใช่เจ้าของห้องเลยนะ บางทีเดินเข้ามาเจอกลุ่มเราก็ทำหน้ายิ้มๆ แล้วบอกว่า เฮ้ย โทษที
อะไรว่ะเนี่ย เค้าคงนึกในใจ 555
เป็นอย่างนี้เอยู่เรื่อยไป จนครั้งสุดท้ายของการงัดแงะ น่าจะเป็นตอน Final เทอม 2 แล้ว ไปเที่ยวที่บางประอิน (ไว้เอารูปมาให้ดู) พอกลับมาแล้ว ก็เลยอยู่หอซะเลย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นผู้คนต่างกลับบ้านกันเกือบหมดแล้ว แต่ยังมี ผีสิง อย่างพวกเราอยู่อีกหลายตน
สิงหอ...
Posted on 2007-Feb-10 at 8:30 PM by Handsomenid
จำได้เหมือนกัน ไม่ใช่แต่คัตเตอร์ที่ใช้งัดหอนะ บัตรนักศึกษาก็ใช้ได้ จำได้ว่าคืนนึงรู้สึกจะคือเดียวกับที่ใอ้ชาญเล่าแหละ มันใกล้สอบFinal เราก็นึกว่าคนจะกลับหมดแล้ว ก็เลยเสี่ยงไปงัดหอชายห้องนึงจำได้ติตาว่าไปกะใอ้เป๋ง พอเปิดห้องได้ก็คุยกันว่าสบายแล้วมึงคืนนี้ แต่พอเปิดไฟเท่านั้นแหละ มีคนนอนกันอยู่เกือบ 10 เผ่นแทบไม่ทัน
ตอนแรกที่ไม่ได้นอนหอ ทุกคนก็บ่นว่า มาเรียนไม่ค่อยทัน sec แรก sec 2 เลย เลยอพยพมานอนหอช้างที่เชียงรากตามใอ้เก๋ ที่ไหนได้พอมาอยู่หอ เช้าไม่เคยไปเรียนทันเลย พอใอ้มิ้งได้หอใน ซึ่งก็เหมือนที่ชาญบอกว่าเหมือนหอ ก. ยิ่งไปกันใหญ่ เข้ามามหาลัยแทนที่จะเรียนโดดไปเล่นไพ่ กินตังด้วยนะ พอได้เวลาเงินที่ได้ก็เอามาซื้อของทอดในโรงอาหารกิน เป็นอย่างนี้ทูกวัน จนบางวิชาตั้งแต่เปิดจนปิดคอร์สยังไม่รู้เลยว่าใครสอน แล้วก็เรื่องตีปิงปองใต้หอหญิง ตอนนั้นรู้สึกจะมีโต๊ะปิงปองใต้หอซึ่งหนุ่มมักจะนิยมเวียนกันไปเล่นเพื่อเหล่หญิง แต่รู้สึกว่าจะไม่มีหนุ่ม ก.
อีกเรื่องที่อยากเล่าไว้เพราะมันมาก รถเมล์สาย ...39 พวกผู้ชายที่ไม่ได้นอนหอจะรอขึ้นเที่ยสุดท้ายทุกวัน มีบางวันพอขึ้นรถเฮียคนขับก็ดับไฟ แล้วเฮียกระเป๋าก็จะตะโกนถามว่ามีใครลงที่ไหนบ้างซึ่งส่วนใหญ่ทั้งหมดก็จะลงอนุสาวรีย์ชัยฯปลายทาง เฮียแกก็จะบอกคนขับว่า รถด่วนไปเลยพี่ สุดทางสาวรีย์ จากนั้นก็ออกรถ อีก 20 นาทีถัดมาเราก็มาถึงอนุสาวรีย์ นั่งมองหน้ากะใอ้เก๋กันมาตลอดทางต่างคนต่างคิดว่า กูจะรอดไม๊เนี่ย ส่วนอีครั้งที่จำได้ไม่เคยลืม นั่ง 39 จากรังสิตไปท่าพระจันทร์ เฮียจอดทุกป้ายมีคนไม่มีคนก็จอด ใช้เวลา 3 ชม.ถึงที่พระจันทร์ นั่งไปโมโหไปกะใอ้เก๋แต่ไม่ลงเพราะกลัวไม่มีที่นั่ง พอถึงท่าคนขับรถทำท่าภูมิใจมาก หันไปบอกกระปี๋ว่า "แหม่ วันนี้ขับเล่นๆแซงไป 7 คัน" ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เราเลยหายโมโหเลย
เรื่องขี้จักรยานไป AIT ก็มีอยู่วันให้นังอิ๋วซ้อนท้าย พอไปถึงสนามบอลก็ขี่เข้าลู่วิ่ง แล้วทิ้งจักรยาน นังอิ๋วหงายท้องแต่หนีบขาสุดฤทธิ์ เพราะใส่ชุดนักศึกษา ฉันยืนหัวเราะท้องแข็งแต่พวกผู้หญิงที่ไปด้วยรุมประนาม ถ่อยจริงๆสมัยก่อน
เป็น handsomeNID นี่เอง
Posted on 2007-Feb-10 at 10:04 PM by YING
อ่านตำนาน "จัรยานหารัก"ของอิ๋ว
เลยเพิ่งรู้ว่า....
The romantic part of living in Rangsit was riding on a bike with noom-noom
เป็นแกนี่เองเหรอ?... ไอ้นิด!!!!!!
รถกระบะพี่บอล
Posted on 2007-Feb-10 at 10:28 PM by YING
อ่านเรื่อง "ชาวหอ" แล้วก็อิจฉาเนอะ!
เราต้องนังรถพี่บอลมา นั่งรถไฟกลับ ต้องกลับตรงตามเวลาเสียยิ่งกว่าเด็กอนุบาล
แต่รถพี่บอลก็ใช่ว่าจะไม่สนุกนะจ๊ะ
สมาชิกเท่าที่จำได้ก็มี รัศมิ์ โอ งิ้ว เซท น้อย จุ๋ม ฉัน... มีคนอื่นๆมาแซมบ้างเป็นครั้งคราว
เราไม่เคยรู้ว่านั่งหน้ารถเป็นยังไง เพราะนั่งกระบะหลังตลอด บางครั้งมีสาวๆ สวยๆ จาก ม.กรุงเทพ ยืนรอรถริมทาง พี่บอลคิดจะไล่เราลงจากกระบะซะด้วยซ้ำ... แต่ก็ตัดใจไล่ไม่ลงสักที
คนนั่งหน้า เป็นใคร? ไม่ต้องถามเลย... "รัศมิ์" เข้ามาอ่านบ้างไหมเนี้ย เพื่อนพาดพิงถึง
แต่การนั่งกระบะหลังก็ดี รับลมผสมกลิ่นควันรถ นี่ยังไม่นับว่าตรงตลาดรังสิตตอนนั้นอยู่ในช่วงทำถนน ฝุ่นแดงตลบอบอวล เลยตลาดมานิดก็เป็นโรงทำปุ๋ยเบทาโกร (อ่ะเป่า) กลิ่นเร้าใจมาก คล้ายกลิ่นโคลนสาบควายที่บ้านมาก ดีที่มีกลิ่นกูลิโกะจากโรงงานปลอบใจ ก่อนจะถึง ม.กรุงเทพ บางวันเป็นกลิ่นช๊อกโกแล๊ต บางวันเป็นกลิ่นสตเบอรี่... เรียกว่าเหมือนกินกูลิโกะทีละกิโลแบบไม่ต้องเสียตังค์
พี่บอลขับรถเร็ว ปาดเก่ง เจอไอ้หนุ่มรถเก๋งม.กรุงเทพเมื่อไหร่ ไอ้หนุ่มรถกระบะ ธรรมศาสตร์ได้เหยียบไม่เลี้ยง โดยืมไปว่าเพื่อนๆ ข้างหลัง ได้เอาปอดกับไส้ไหลมารวมกันแล้ว
เรา น้อย จุ๋ม จะยืนรอพี่บอลอยู่ที่แยกเกษตร ซึ่งพีบอลต้องตีรถออกเลนส์นอกเพื่อรับเรา แต่พี่ท่านก็วิ่งเลนส์ในมาตลอด แล้วกะมาปาดออกตรง 200 เมตรก่อนถึงจุดที่เรายืน มันน่าหวาดเสียวทุกวัน ว่าพี่บอลจะปาดออกมาได้ไหม? ลุ้นจนเหมือนมีหวยออกทุกเช้า
...ก็มีบางวันที่พี่บอลลืม หรือไม่ปาดออกมาไม่ทัน ให้จินตนาการภาพเด็กผู้หญิงสามคน หันหน้าจากขวาไปซ้ายมองตามรถกระบะสีขาว วิ่งผ่านหน้าตัวเองขึ้นสะพานข้ามแยกเกษตรไปอย่างลอยนวล... เศร้าเลย ต้องวิ่งไป standby ขึ้นรถไฟ ที่จะมาในอีกไม่กี่นาที... ชีวิตเสี่ยงตายตลอดเวลาเลย
แต่ถ้าพี่บอลเก็บพวกเรามาได้ ยังไงเราก็ถึงรังสิตทันและปลอดภัยเสมอจนเรียนจบมาได้ ไม่ว่าตอนนี้พี่บอลเป็นยังไงอยู่ที่ไหน ก็ขอขอบคุณพี่บอลออกอากาศมา ณ โอกาสนี้ เพราะพี่เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำแสนสนุกของเราเลยนะเนี้ย
ช่วยรื้อฟื้น ...ก๋วยเตี๊ยวเรือรังสิต...หน่อยดิ
Posted on 2007-Feb-10 at 10:31 PM by YING
จำได้ลางๆ ว่าเคยกินกันเป็นหมู่คณะ
นานๆ ทีจะได้เฮฮาตอนเย็นร่วมกับชาวหอ
มันชามเท่าไหร่นะ?
ร้านอยู่ตรงไหน?
เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่หรือเปล่าหว่า?
อาหารมื้อพิเศษ
Posted on 2007-Feb-12 at 3:56 PM by Handsomenid
เท่าที่จำได้ บางวันตอนเย็นเราเบื่ออาหารที่โรงอาหาร จะมีมื้อพิเศษของพวกเด็กหอกับพวกรอกลับรถเที่ยวสุดท้าย ก็จะมีเพื่อนๆนั่งรถเมล์ไปบางขันธ์บ้าง ไปถึงรังสิตบ้างแล้วก็หอบหิ้วของกินกลับมา ที่จำได้ถึงทุกวันนี้คือ โรตีทอด 15 รส ที่ตลาดรังสิตที่ต้องเข้าแถวรอคิวซื้อ พอกลับมาก็เกิดจลาจลแย่งกันกินตามนิสัย
พูดถึงกีต้าร์ที่เล่นประจำกลุ่มตอนปี 1 เป็นของฉันเอง 1 ตัวยี่ห้อ Goya ที่จริงเป็นของพี่ชายยืมมาแล้วยาวเลย ทุกเย็นเล่นเสร็จก็จะฝากไว้หอหญิง เพลงสุดฮิตสมัยสั้นก็มี เพียงแค่ใจเรารักกันของวิยะดา จำได้ว่าชอบเปิดเทปเพลงสี้ฟังบนดาดฟ้าหอช้างตอนเย็นแล้วก็มองพระอาทิตย์ตกที่โดมกะใอ้เก๋ ใอ้เป๋ง ฝากรักของเป้สีน้ำ แล้วพวก ไมโคร พี่ป้อมพี่โต๊ะ จำได้กันบ้างป่าว ส่วนเรื่องกุ๊กกิ๊กในกลุ่มเท่าที่จำได้ ก็มีอยู่ 2-3 คู่ หนึ่งในนั้นแต่งงานกับเพื่อนในกลุ่ม แต่กิ๊ก(ข้างเดียว)สมัยนั้นรู้สึกจะเป็นสัตว์ปีกเหมือนกัน อีกรายก็เฮียเซทกะ น้องสตาร์ จำได้ลางๆนะ
มีอีกเรื่อง ตอนวันที่เข้าคณะวันแรกตั้งแต่ยังแต่งชุดนักเรียน จำได้ว่านังเบิร์ดมาทักฉันทำนองหวัดดีชื่อไรคะ แล้วฉันก็ตอบไปว่า นี่เธอทำไปแรดจัง ด้วยคิดว่ามันฟังดูน่ารักเป็นกันเอง จากนั้นมาก็ไม่มีสาวที่ไหนมาทักอีกเลยจนไปรังสิต
ตอนปิดเทอมกลางปี 1 มีเพื่อนางส่วนไปค่ายที่โคราชจำได้ไม่หมดว่ามีใครบ้างแต่ที่นึกออกน่าจะมี มิ้ง รัตน์เล็ก ฉัน หนิง จำได้ว่าตอนนั้นพี่ๆเค้าให้ไปดำนา ฉันทาครีมกันแดด ชิเซโด้ ของแม่ไปดำเลยถุกรุมประนาม
ตอนปี 1 เทอมแรกรู้สึกผู้ชายเกือบทั้งกลุ่มจะต้องเรียน รด. หัวเลยเหม่งกันเกือบหมด อาทิตย์ไหนที่ต้องตัดผมพวกสาวๆก้จะมากระแหนะกระแหนเรื่องหัวล้าน จนขึ้นปี 2 เหลือใอ้ชาญกะใอ้เขตแค่ 2 คนเพราะมันสอบเทียบมา
สหกรณ์รังสิต
Posted on 2007-Feb-12 at 4:23 PM by Handsomenid
ใครจำอะไรเกี่ยวกับสหกรณ์ที่รังสิตได้มั่ง จำได้แต่ว่าอยู่ตึกโดม ขายดินสอปากกา แล้วก็มีขายหนังสือป่าววะ แล้วก็บรรยากาศลงทะเบียนจองเซ็คเรียน ที่อาจาร์ยอ้วนๆแต๋วๆ จะมายืนคอยด่าเด็ก พวก นศ. ก้ต้องมายืนหัโด่คอยคิวกัแต่เช้าเป็นที่โกลาหล จำได้ว่าตอนเทอม 2 เจ๊แกยืนด่าเด็กแว้ดๆ ทำนองให้ไปต่อแถว ช้าหน่อยอย่าบ่น เพือนที่เศรษฐศาสตร์มันเลยตะโกนสยนไปว่า อีเหี้... อ้วนปากเสีย เจ๊กรีดลั่นมีกี่หลอดใส่หมด คร๊ายพูดมึงออกมาเดี๋ยวนี้ ... ออกก็โง่ มันวิ่งจู้ดหายต๊อมไปแล้ว
ขอเล่าถึงพี่บอลบ้าง
Posted on 2007-Feb-12 at 4:50 PM by Kai
ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นน่าจะเป็นวันปีใหม่ที่พวกเราทั้งหญิงและชายตั้งใจจะอยู่ค้างคืนร้องเพลง เลี้ยงปีใหม่ที่รังสิต แต่แล้วก็มีหนุ่มหล่อฟอร์มดี(พี่บอล) ขับรถไปส่งสาวถึงบ้านที่สระบุรี แต่ขากลับถนนหนทางมันมืดรถสิบล้อเยอะ บวกกับกลัวผี ทำให้ต้องเลี้ยวมาที่หอรังสิต มาชวนพวกเราเป็นเพื่อนนั่งรถกลับบ้านด้วย(ทำไมไม่ค้างหอล่ะเนี่ย) พวกเราเลยต้องขนสัมภาระติดรถพี่บอลและไปนอนค้างบ้านไอ้นิดกันหมด ทั้งคุยทั้งเล่นหัวเราะกันเสียงดังจนป๊า ม๊าต้องมาบอกให้เบาๆ หน่อย และก็รู้ความลับว่าไอ้นิดชื่อเล่นชื่อ"น้องแตงโม"
น้องแตงโม!!!!
Posted on 2007-Feb-12 at 5:34 PM by YING
น้องแตงโม
จริงอ่ะ...
น้องแตงโม
ฮ่ะ ฮ่า....
น้องแตงโม
กรี๊ด สุด สุด...
น้องแตงโม
ตบมือให้แก่....
น้องแตงโม
ใครจัดตารางเรียนให้....อ่ะ???
Posted on 2007-Feb-12 at 5:45 PM by YING
มาทีแรก เห็นพี่ๆ เขาเสนอตัวช่วยจัดตารางเรียนให้ ไอ้เราก็เงียบๆ ไม่ได้เดินเข้าไปหาใครสักคน ก็เพราะคิดว่าโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว... ทำไมต้องมีคนจัดตารางเรียนให้เนี้ย?
ทีไหนได้ พอเราได้คู่มือชุดวิชา เพื่อจัดตารางเรียนเนี้ย งงเป็นไก่ตาแตกเลยอ่ะ มันจะจัดไงฟ่ะ นั่งอึ้งๆ อยู่พักนึง เห็นเขาจับคู่จัดกันหมดแล้ว หมดปัญญา... พยายามฟังที่พี่เขาอธิบายแล้วลองทำเอง แหม มันยากยิ่งกว่าสมการ 7 ชั้นอีก
คงทำหน้าเซ็งเป็นลิงโดนกะปิแน่ๆ
เราเลยได้รุ่นใหญ่อย่างพี่เกรียง ปี 26 มาช่วยจัดตารางให้ 5555 เด็ดดวงไปเลย... เรียนไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา เพื่อนเค้าเรียนยำไทย เราดันเรียนยำตก เพื่อนๆ เรียนมนุษย์อะไรไม่รู้ที่ฮิตๆ ไอ้เราถ่อเรียนมนุษย์ดนตรี คนเดียว!!!...มันดีแท้แม่คุณเอ๊ย
เทอม 2 เลยจัดเอง... แต่ลงวิชาอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ เพราะโดดตลอดเหมือนกัน 5555
แล้วของพวกนายหล่ะ... ใครจัดตารางเรียนให้?
เข้าค่ายโคราชที่ปลักแรด
Posted on 2007-Feb-12 at 5:47 PM by Kai
นังนิดครีมกันแดดที่แกพูดถึงน่ะ มันไม่ใช่แค่ครีมทาหน้า และทาตัว แต่มีครีมกันแดดทาผมด้วยถึงได้ถูกประนามงัย แกจำนังหนิงได้เพราะประทับใจในความรักเด็กของมันใช่มั๊ย ชั้นจำได้ว่านังหนิงมันเอามือลูบหัวเด็กที่นอนบนตักแก จนแกต้องร้องว่าทนไม่ไหวแล้วน่ะ
ครีมกันแดด...
Posted on 2007-Feb-13 at 10:45 AM by Handsomenid
ฉันยังจำไม่ได้เลยนะเนี่ยว่ามีครีมทาผมด้วย... เออน่าถูกประนามจริงๆ เรื่องออกค่ายจำได้แต่ตอนระหว่างขับรถไปหมู่บ้านแล้วรถไปชนลูกไก่ตาย แล้วนังหนิงมันบอกให้หยุดรถ แล้วร้องไห้ใหญ่เลย จนต้องเอาเงินใช้ให้เจ้าของ เลยไปต่อได้
เรื่องไปนอนบ้านฉันนี่ก็จำไม่ได้วะ รู้แต่ว่าที่บ้านพี่ไขที่เลี้ยงฉันแต่เด็กเค้าเรียกฉันว่าหนูโม สมัยก่อนไม่ค่อยอยากให้เพื่อนไปบ้าน อาย
รู้สึกพี่เกรียงก้จะเป็นคนจัดตารางเรียนให้ฉันเหมือนกัน แต่ไม่รู้หรอกว่าใครเรียนอาราย เพราะไม่เคยเข้าเรียน ไปเรียนแต่ 142 เลขที่ติดกะนังแมวสอบทีไรนั่งติดกันทุกที
แต่ก่อนจะมีโต๊ะสาวสวยอยู่แถวกลางๆตึก บร. พวกน้องเบลวรสาร แล้วก็ใครอีกไม่รู้ พวกสาวๆแกน่าจะได้รู้ไว้ ณ ที่นี้เลยว่าหนุ่มๆ ก. เนื้อหอมมาก โดยเฉพาะใอ้เก๋ฟันดำ ตอนปี1 เดินผ่านโต๊ะนี้ทีไร ต้องมีคนเรียก เก๋จ๊ะเก๋จ๋า ฟังแล้วน่าหมั่นไส้ (ที่จริงโมโหเพราะอิจฉา) สมัยนั้นใอ้ชาญกะใอ้เขยยังไม่เกิดเพราะยังดูเด็ก ใอ้เก๋ก็จะขานรับครับ อย่างนู้น ครับอย่างนี้ พอลับหลังมันก็ด่าเค้าหยาบคายกว่าพวกฉันอีก เป็นที่มาของฉายา "ใอ้หน้ากากเทวดา" โดยมีฉันกะใอ้เป๋งปฏิญาณตนว่าจะต้องกระชากหน้ากากมันมาให้ได้ นี่ยังไม่นับรวมน้องเตี้ยหน้าห้อย ที่ทุกครั้งที่เจอต้องส่งเสียงหวานว่า เก๋... แล้วก็วิ่งจู้ดๆมาคุย แต่ตอนปี 1 หัวใจมันได้มอบให้น้องเจี๊ยบไก่ต้มไปเรียบร้อยแล้ว (ตุ๊กรู้ป่าววะ) ส่วนรักแรกของใอ้ชาญเป็นเด็กวรสาร เพื่อนจิ๋ว ชื่อไรวะลืม ตอนหลังไปเป็นลีด เลยเกินเอื้อม เพราะตอนนั้นหัวยังเหม่งอยู่
สงสัยว่า "ครีมกันแดด" จะไม่พอ!
Posted on 2007-Feb-13 at 11:21 AM by YING
รู้สึกว่าจะมีอาการ "เผา" หรือ "กระฉากหน้ากาก" เกิดขึ้นแถวนี้
ครีมกันแดดเอาไม่อยู่แน่นอน
ว่าจะเปิดหน้าต่อความจำ กลายเป็นหน้า "แฉ" ไปซะงั้น
5555
แต่อ่านแล็วก็อมยิ้มเนอะ เลยรู้ว่าดีเทลชีวิตฉันช่วงนั้น...มันมีน้อยมากๆ เลยเมื่อเทียบกับพวกแล้ว
ลูกไก่ร้องเอ๋
Posted on 2007-Feb-13 at 11:28 AM by Kai
นิดชั้นว่านังหนิงมันน่าจะเสียน้ำตาให้หมามากกว่านะ เพราะมักรักแต่หมา ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบหรอก
ลูกไก่ร้องเอ๋ง
Posted on 2007-Feb-13 at 11:32 AM by Kai
จะเขียนว่าลูกไก่ร้องเอ๋งน่ะ แต่กดผิดน่ะ
ดอกไม้พลาสติก
Posted on 2007-Feb-14 at 9:17 AM by Handsomenid
ของแท้ดูกี่ครั้งก็ดูดีนะ...
ของมมีชีวิตชีวาดีนะ...
ของแท้แม้ไม่สวยก็ดูดี...
แต่ดอกไม้...พลาสติก...
ถึงสวยก็ทำด้วยพลาสติค...
ฮือ..ฮือ..พลาสติค...จิงเป็นเพียงสิ่งปลอมๆ...
นังเบิร์ด จำเพลงนี้ได้ก่ เพลงที่พวกชั้นยกให้เป็นเพลงประจำตัวแกไง ตอนนั้นนังเบิร์ดกำลังสิวเห่อ ต้องทายารู้สึกจะของแพน หน้าเลยดูมันๆ พวกหนุ่มๆเลยล้อ คิดย้อนกลับไปแล้วโครตเลวเลย เอาปมด้อยคนอื่นมาเล่นเป็นเรื่องตลก ฉันสำนึกแล้วแหละนังเบิร์ด ยกโทษให้ด้วย ทำไปเพราะไร้เดียงสา นะ นะ นะ...
ไก่ร้องแว้ด...
Posted on 2007-Feb-14 at 9:20 AM by Handsomenid
นังไก่ ฉันจำได้ว่ารถนะมันชนไก่จริงๆไม่ช่าย เอ๋ง แล้วฉันก็ไม่เคยได้ยินไก่ร้องเอ๋งเลย แต่ถ้า แว้ดๆๆๆ ละก็เคยได้ยิน ส่วนใหญ่จะร้องต่หน้าใอ้อ้วน ผู้อยู่ใต้บารมีแกไง
น้องโม ไร้เดียงสาเหรอ
Posted on 2007-Feb-14 at 3:47 PM by Kai
นังนิดแกเล่าเรื่องอดีตนังเบิ้ดบน blog เนี่ยนะ เรียกว่าสำนึกผิด แกเจอนังเบิ้ดครั้งสุดท้ายเมื่อไร เดี๋ยวนี้เบิ้ดสวยแล้วนะขอบอก คล้ายกะน้องซาอย่างกับฝาแฝด
ไอ้แตงโม
Posted on 2007-Feb-14 at 3:51 PM by Kai
ใครคือไอ้อ้วน ที่บ้านเค้าเรียกกันว่าเฮียนิดหรือปะป๊าจ๊ะ
สัพเพสัตตา
Posted on 2007-Feb-16 at 9:40 AM by เบิร์ด
ถึงนังนิด
"สัพเพ สัตตา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะติสะระนา ยังกัมมัง ภะวิสันติ กัลยานัง วาปาปะกังวา ตัสสะทายาทา ภะวิสันติ"
แปลว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง มีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นที่อาศัย มีกรรมเป็นผู้ติดตาม จักทำกรรมใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป จักต้องได้รับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป
พระพุทธเจ้า ท่านว่าไว้เช่นนั้น (จำถูกต้องทุกคำหรือเปล่าก็ไม่รู้ ขนาดสวดทุกวันเลยนะเนีย บทสวดยาวมากๆ ต้องถือโพย แกอาจจะคล่องกว่าฉัน) ดังนั้น อย่าเรียกว่า อโหสิกรรมเลยนะ เพราะตอนที่แกล้อฉัน ฉันไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปมด้อยหรอกนะ แค่รู้สึกว่าคนพวกนี้ปากเสียจริง ๆ
แล้วพระพุทธเจ้า ท่านก็ว่า สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ล้วนต้องเคยเกิดมาเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นญาติกันมาก่อนทั้งนั้นไม่ชาติใดชาติหนึ่ง
ดังนั้นชาติก่อน(ไม่รู้ชาติไหน) เราคงเคยเกิดร่วมชาติกันมา อาจเป็นเพื่อนกัน พี่น้องกัน หรือเป็นญาติกัน แล้วฉันก็อาจจะเป็นผู้ชายด้วยนะ แล้วก็ปากเสียมาก ด่าผู้หญิงไว้เยอะ แล้วผู้หญิงเหล่านั้นอาจจะเป็นพวกแกอ่ะนะ ชาตินี้ก็เลยมาเกิดเป็นผู้หญิงให้พวกแกด่า โชคดีที่ชาติก่อน คงทำบุญไว้ดี ชาตินี้ เลยแค่รับฟังลมปากของพวกแก ให้พอรับรู้ว่า ลมปากเหม็นๆ ที่เข้ามากระทบใจเราแล้ว เรารู้สึกอย่างไร "ฉันไม่เคยโกรธพวกแกเลย" (ฉันว่าตอนเรียนฉันนิสัยดีกว่าตอนนี้เยอะ)
อายุก็ขนาดนี้แล้วนะ อย่ารื้อฟื้นเรื่องที่จะทำให้ไม่สบายใจนะโดยเฉพาะตัวแก เอาเรื่องมันๆ ดีกว่า
อีกอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าท่านก็ว่า "กว่าที่จะได้เกิดมาเป็นคนนั้นแสนยาก" ฉันก็เลยไม่อยากให้ตัวเองเกิดมาเสียเปล่า ก็เลยพยายามละวจีกรรมอยู่เหมือนกัน น่ะนะ (ทำไว้เยอะตอนอยู่ที่ทำงาน) แล้วก็พยายามจะฝึกให้ตัวเองมีสติตลอดเวลาน่ะ ก่อนทีจะพูดอะไร จะได้ไม่มีใครมาผูกพยาบาทเรา
สำนึกจริงอ่ะ
Posted on 2007-Feb-16 at 5:54 PM by เบิร์ด
ว่าแต่สำนึกจริงอ่ะเปล่า ต้องปรึกษากูรูน้อย&อิ๋ว ว่าจะเชื่อแกได้มั๊ยเนี่ย
สำนึกแล้ว
Posted on 2007-Feb-17 at 5:31 PM by Handsomenid
จริงจ๊ะ
คล้ายซา...?
Posted on 2007-Feb-18 at 9:48 AM by Handsomenid
ญ แกว่านังเบิร์ดคล้ายซา ถึงน้องซาจะไม่อึ๋ม แต่ฉันไม่เห็นว่าจะคล้ายกันตรงไหนเลย นังเบิร์ดคุยเก่ง ซาเงียบๆ ทางกายภาพก็ไม่เห็นจะมีสว่นใดคล้ายกันเลย หน้าเมียฉันก็กลมดิก สังเบิร์ดน่าลูบไข่ เอ๊ย หน้ารูปไข่ ถ้าคล้ายแกละมีส่วนนะ
...ว่าแล้วเชียว!!!
Posted on 2007-Feb-18 at 11:39 AM by YING
นึกอยู่แล้วว่านังนิดต้องลุกขึ้นมาเถียงเรื่อง "เมียรัก" เป็นแน่!!!
เรื่องเบิร์ดจะเหมือนซาไหม? อีฉันขอ OOPS! อ่ะ
นิดคงให้คำตอบได้ชัดเจนกว่าเยอะ อย่างน้อยก็ได้เห็นคู่กรณีคนนึงทุกแง่ทุกมุมอยู่แล้ว!!!!
แล้วอย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวดิ... ไม่ว่าจะเอาฉันไปเทียบกับใคร เขาก็คงเศร้าว่ะ คงไม่มีใครอยากอ้วนบวกปัญญาอ่อนแบบฉันเป็นแน่
แต่ถ้าต้องการกรรมการตัดสิน เป็น "น้อย" และ "อิ๋ว" เราอาจได้ข่าวดีในการเจอทั้งสองบนเวทีเดียวกันเร็วๆ นี้นะ
ใจเย็นๆ นะ เบิร์ด ซา อย่าเพิ่งวู่วาม อย่าเพิ่งวู่วาม
40 comments leow!!!
Posted on 2007-Feb-21 at 4:35 PM by Aew
Ummh...I have been away just a few days and there.....40 comments about our good memory!!!
E-Nid and Kai, no need to fight, I recalled that both chickens and a dog were run over to death by our truck during PlakRad trip na. I-Ning cried more than once. At that time, we wonder how come the driver was so reckless that he drove on living creatures twice!
Also, I remembered that girls have to take a bath from a pond sharing with a few buffalos. Girls wore "Pah Tung" and walked into the pond, I recalled I-Nid warned us with good intention to take care because "pling" could get into our "jim"......It was such a scary thought!
About Nong Sa, I think she looks similar to I-Nid ex-girlfriend na, "Meao, kon-jai-rai", especially the hair. I remembered I-Nid was really crazy about Meao at that time of young age. What a naive guy you were, heh, I-Nid!
For "Bike of Love", yes, I recalled I-Nid was one of my favourite men. Even now, with 3 kids and lovely husband, the feeling still remains na ja, Nid. (Don`t be scared as I am too far away to be able to harm you!)
The best memory I had with our Rangsit life was singing along with a K.Kai man playing a guitar, very cheap way of Karaoke. I remembered I sang some farang songs and these bastard K.Kai men laughed at me!
ความทรงจำของแมว
Posted on 2007-Mar-1 at 10:48 AM by Handsomenid
วันก่อนแมวมาเยื่ยมที่บ้าน ไม่น่าเชื่อว่าแมวจำเรื่องที่รังสิตได้เยอะมาก บางเรื่องฉันจำไม่ได้เลยแมวยังจำได้ แมวเล่าว่าจะมีร้านข้าวแกงในโรงอาหารแห่งนึงชื่อ ร้านป้าดารา รู้สึกคนขายจะเคยเล่นละคร กับข้าวที่ขายก็จะจัดใส่จานได้ยังกะกับข้าวชาววัง ฉันจำไม่ได้เลย ใครจำได้บ้างเนี่ย อีกเรื่องที่ลืมไปเลย ไก่อุบลก็เป็นหนุ่มอีกคนที่อยู่หอใน จริงด้วย ทำไมไม่เคยไปสิงหอมันเลยวะใอ้ชาญ นังอิ๋วฉันว่าแกนี่เป็นพวก วิตถารตั้งแต่สมันเรียนแน่เลย ตอนอนนั้นในกลุ่มฉันคงดูเถื่อนสุดแน่ๆ แต่แกอาจต้องผิดหวังนะ เพราะที่จริงแล้วฉันเป็นคนอ่อนไหว รักสงบ แคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง ภายใต้บุคคลิคกักขฬะที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความอ่อนไหวภายใน มีอีกคนที่ดูอบอุ่นซ่อนอยู่ ซึ่งแกคงรับผู้ชายแบบนี้ไม่ได้แน่ นังอิ๋วก๋ากั่น
มีเรื่องที่ควรต้องเล่าไว้กันลืม ใอ้ดูดเนี่ยเคยมีฉายาว่า จอมยุทธ์กำกระบี่สั้น ฉายานี้ไม่ได้ได้มาด้วยโชคช่วย มึงจำวันที่ไปหากูที่หอช้างได้มะ ที่มึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำพร้อมหนังสือโป๊ ... อา... ภาพเงาอันรางเลือนของจอมยุทธ์ ค่อยปรากฏในสายตาทุกคู่ที่จดจ้อง ... มือซ้ายถือตำรา มือขวาถือกระบี่... แทง กระบี่... หดกระบี่... ในขณะที่ดวงตาจับจ้องยังตำรายุทธ์ แม่งทุเรศ
แล้วก็เรื่องน้องชาญเสียเด็ก ยังจำวันที่ไปแอบดู... พอดูเสร็จใอ้ชาญก็เข้ามาในห้องนอนกูเหงื่อแตกพลั่กแล้วก็พูดว่า .... ไม่น่าเลยกูไม่น่าทำเลย... ที่ไหนได้อีกวันก็ปีนดูเหมือนเดิม
พูดถึงเรื่องปีนดู มีใอ้หน้ากากเทวดาอีกคนที่ยังคงความเป็นหน้ากากเทวดาดุจเกลือรักษาความเค็ม ตอนแรกๆที่ปีนดูมันลำบากเพราะต้องเกร็งข้อ ใอ้เก๋ก็จะมายืนแล้วส่ายหน้าบ่นว่า พวกมึงแม่งเลวจริงๆ เหมือนจะไม่เข้าร่วมสังขกรรมกะเพื่อน สักพักเฮียก็เอาท่อพีวีซีมาตั้งให้ แล้วก็บอกว่ายืนบนนี้แหละไม่เมื่อยดี แล้วก็สาธิตวิธีใช้ให้ดู จำได้มะใอ้เก๋
แฉแต่เช้า
Posted on 2007-Mar-1 at 11:57 AM by Ying
นี่มันรายการ "แฉแต่เช้า" อ่ะเป่าคะ คุณมดดำ
....
ถูกต้องแล้ว confirm ว่ามีร้านป้าดารา อยู่ในโรงอาหารจริงๆ เป็นป้านามสกุล ยมาภัย จากดาราวิดีโอเชียวนะ
แล้วไก่อุบล ก็อยู่หอจริงๆ นั่นแหล่ะ ถึงได้มีรูปสวยๆ มาฝากเรานี่ไง เขาคงกำลังสุนทรีย์กับวิวทิวทัศน์อยู่ ขณะที่พวกแกไป "ปีน" ดูสุนทรีย์แบบอื่นอยู่อะดิ
กล้วยน้ำว้า จากเชียงราก
Posted on 2007-Mar-14 at 1:34 PM by Anonymous
โอ๊ย หาที่ post ตั้งนาน ยังไม่ได้เอ่านของคนอื่นเลย
จำได้ว่าตอนเย็นที่ต้องขี่จักรยานไปเที่ยวกัน ขี่กันซักพัก AIT ก็ไม่น่าตื่นเต้นสำหรับเราซะแล้ว แก๊งจักรยานเด็กหอ ที่ชั้นก็จำไม่ได้ว่าไปกับใครบ้าง ก็พากันขี่จักรยานตามรถสองแถวไปที่สถานีรถไฟเช่ยงราก โดนหมาไล่ฟัดไปตลอดทาง ขากลับก็ต้องแวะซื้อกล้วยน้ำว้าจากชาวสวนแถวนั้น แล้วเอาไปห้อยไว้ในหอ เป็นของหวานสุดหรูที่จะหาได้แถวๆนั้น
วิปเอง ยังไม่ได้ register เลย
หมากเก็บ
Posted on 2007-Mar-14 at 1:37 PM by Anonymous
มีใครเล่าไปรึยัง ที่ตอนแรกไปถึงแล้วไม่มีอะไรเลย ต้องนั่งกับพื้นกัน กีฬายอดนิยมตอนนั้นก็คือหมากเก็บ เพราะมีแต่ก้อนหินที่จะหาได้จากแถวๆนั้น
วิป อู้งานอยู่
Med ley Gor gai 29
Posted on 2007-Mar-22 at 4:44 PM by Noi Ma Laew
Hello hello,
Back to the blog ja. Why don't we try to set one day to meet up and talk about old story and snack whole day. I'm going home 1-22 April. Aew also going home 14-22 April...
We should meet up na.. over meal (s).
Miss you tee sood